เพิ่งแดกไปเมื่อกี้ หิวอีกละ จะอ้วนไปไหนกูคะ?
กรี้สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

เมื่อวาน……..เบื่อแกงกะทิมาก!!!
3 มื้อ ที่ดำผุดดำว่ายในแกงเผ็ดเนื้อมะเขือเปราะ เลี่ยนจนไม่อยากเคี้ยว อยากตักใส่ปากแล้วกลืนลงไปเลย เหมือนตอนกินยา ไม่ต้องรับรู้รสชาติ มื้อสุดท้ายที่พยายามกระเดือกเข้าไปรู้สึกทุกข์ทรมานเ็ล็กๆที่ในใจ แอบปลอบใจตัวเองอยู่ 2 ประโยคว่า “เอาน่าก็แค่กินให้มันอิ่มๆไป” หรือ “อย่าบ่นเลย คนบางคนเค้าไม่มีจะกินด้วยซ้ำ” สองประโยคนี้คอยวนเวียนอยู่ในสมองน้อยๆที่กำลังพยายามบี้บดขยี้แกงเนื้องให้หายไปในอากาศอย่าให้ได้คิดถึง จะติ๊ต่างเป็นแกงอย่างอื่นก็ไม่ได้มันตำตาตำใจอยู่ทนโท่

หลังจากคำสุดท้ายลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งใจแน่แน่วว่า “กูจะไม่ทำแกงกะทิไปอีกเดือนหนึ่ง”

ตอนเย็นรื้อๆค้นๆตู้เย็นดู ปรากฎว่าจ๊ะเอ๋กับปลานิลรมควันตัวพอเหมาะที่ซื้อยัดตู้ทิ้งไว้เมื่อชาติที่แล้ว 1 ตัว โอ๊ะโอวววว ต้มโคล้งดีกว่า ha ha ha นึกได้อย่างนั้นแล้วก็แจกงาน ออกล่าเครื่องปรุงที่ขาด คนหนึ่งไปตัดตะไคร้ เด็ดยอดมะขามอ่อน อีกคนไปเก็บใบมะกรูดและใบกะเพรา ได้เครื่องมาครบ ไม่นานต้มโคล้งก็พร้อมตักเสริฟ

แม่เจ้าาาาา ตักน้ำต้มโคล้งซดคำแรกมันช่างแตกต่างกะแกงกะทิในกะทะเมื่อวานเหลิอเกิน ความรู้สึกหดหู่จากการอดทนกินของซ้ำๆหลายๆมื้อได้หายไปทันที ช่างอัศจรรย์อะไรอย่างนี้
T^T ฮืออออ ฮือออ ดีใจ ดีใจ

เมื่อวานเย็น มีเนื้อเหลือจากหมูกะทะเมื่อวันก่อน จึงจัดแจงแกงเนื้อมะเขือเปราะสะเลย น้ำพริกแกงใต้เจ้านี้ แกงกี่ครั้งกี่ทีก็อร่อยเหาะถูกใจ

แต่…ถึงจะอร่อยแค่ไหน หลายมื้อหลายคาบไปก็ไม่ไหวนะ
เมื่อวานมื้อ
เมื่อเช้ามื้อ
มื้อกลางวัน…ยังคิดอยู่ว่าจะอีกมื้อดีไหม?
ดี ไม่ดี ดี ไม่ดี ดี ไม่ดี
พยายามหาเหตุหาผลมาหักล้างความเบื่อหน่ายที่มีในใจเล็กๆ

ถ้าเรายอมกินแกงเนื้ออีกมื้อ ก็จะประหยัดอีกคาบ เท่ากับว่าวันนี้เงินไม่ไหลออกบ้านเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แต่…กูเบื่อแล้วค่ะ จะทำยังไงดีหล่ะทีนี้ แสรดดดดดดดด

กระแทกลงไปอีก 2 ขวด
ถ้ามันไม่ฆ่าเชื้อเฉื่อย ก็ฆ่ากูแน่ๆ

อยากสั่งพิซซ่ามากินกะเบียร์ ให้มันรู้กันไป
แต่คนหนึ่งนอนไม่สบาย อาหารเป็นพิษ เห้ออออออออ
จะสั่งมาก็ได้ แต่จะยั่วน้ำลายคนไม่สบายไปมั๊ย?
โอ้ยยยยยย อยากกิน อยากกิน ครีมมี่ สุพรีมของฉ้านนนนนนนนนน

พรุ่งนี้ละกัน เหน๊อะ

“ฉันเองค่ะ”

จู่ๆฝนก็ตก ตอนแรกนึกว่าแหย่เล่นพอขำๆ แต่ที่ไหนได้มันตั้งหน้าตั้งตาตกน่าดูเลย ตกเป็นตกตาย
เหลือบมองดูนาฬิกาอีก 7 นาที…จะ 5 โมง

เป็น 7 นาทีที่ยาวนานมากสำหรับความกระหายใคร่อยากเรอ ฝนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด กลับกระหน่ำ
ลงมา ….มันช่างท้าทายผู้กล้าเหลือประมาณ คล้ายๆจะถามว่า “ว่าไงหล่ะ มึงกล้าไหม?”
บ้าละ!!! ท้าทายผู้กล้า ผู้กล้าอาจจะสุขุมพอที่จะรอให้ฝนหยุดตก แต่ท้าทายอิบ้าอย่าหวังว่าจะยอม
เสียอะไรก็เสียได้ เสียเวลาเรอนี่รับไม่ได้จริงๆ

สุดท้ายถ้ามองจากด้านบน จะเห็นร่มสีขาวเคลื่อนไหวฉับ ฉับ มุ่งหน้าตรงไปที่เซเว่น
ถึงเซเว่นเหลือบมองดูนาฬิกาของร้านที่แขวนไว้หลังเค้าเตอร์ แสรดดดดดดด เหลืออีก 10 กว่านาที
ถึงจะ 5 โมง

“ใครมันแกล้งกูวะ?”

เดินออกจากเซเว่นมุ่งหน้าไปทิศเหนืออีก 3-4 ห้องแถว ที่หมายคือร้านขายของชำเจ้าเก่า
หึหึ ชายกางเกงตอนนี้เปียกชุ่มและเลอะ จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะซื้อแค่ 2 ขวด จัดหนักมาเป็น
4 ขวดม่างเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เปียกมันครั้งเดียวก็เอาให้คุ้มเมา ฮุ้ย!!!

เงี๊ยบ เงียบ เงียบเหลือเกิ๊นนนน

เงียบไปก็เหงา
วังเวงไปก็อึดอัด
อยากกินนมเย็นปั่นสีชมพูสักหนึ่งแก้วโตๆ
ร่างกายไม่สดชื่นเพราะเหงา
น้ำตาลช่วยได้ เสียงโทรศัพท์ก็ช่วยได้
หมากับแมวช่วยไมไ่ด้ หมาหลับ แมวก็หลับตาม เงียบไปกันใหญ่
ลูกแมวอายุ 2 เดือน กำลังซน
ตอนมันตื่นก็ดูน่ารำคาญ เละไปทั้งบ้าน
ไม่ชอบแมว แต่รังเกียจหนูมากกว่า…..

ไปหานมเย็นปั่นกินดีกว่า
บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เห้อออออออ